To scroll text in this page
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตับ
» ตับ
คืออะไร
» สาเหตุและอาการของโรคตับแข็ง
» ข้อห้ามของการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
» การตรวจก่อนผ่าตัดเปลี่ยนตับ
» การผ่าตัดเปลี่ยนตับ
» การเตรียมตัวกลับบ้าน
ตับมีหน้าที่อะไร
ตับของคนปกติมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ตับมีหน้าที่หลายอย่าง
เช่น ช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ขจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
สร้างสารที่จำเป็นต่อชีวิต และเก็บสะสมวิตามินหลายชนิด
ภาวะตับวายเกิดได้ 2 แบบ คือ โรคตับวายเฉียบพลันเกิดในคนที่ไม่เคยป่วยด้วยโรคตับมาก่อน
และโรคตับวายเรื้อรังหรือโรคตับแข้งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อตับค่อย ๆ ถูกทำลายอยู่หลายปี
จนไม่เหลือตับปกติที่ทำหน้าที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
สาเหตุและอาการของโรคตับแข็ง
การดื่มสุราเป็นประจำ และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดของโรคตับในประเทศไทย
ญาติหรือเพื่อนอาจสังเกตได้ว่าผู้ป่วยโรคตับแข็งมักมีอาการต่อไปนี้
• ตาเหลือง
• ซึมจากตับสูญเสียการทำหน้าที่ขจัดของเสีย
• อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ขาดงานบ่อย
• ผอม ขาดอาหาร
• คันตามตัว
• เลือดหยุดยากเมื่อมีบาดแผล
• ท้องโตขึ้นหรือเป็นโรคท้องมาน เนื่องจากไม่มีน้ำในท้อง และขาบวม
• เจ็บป่วยจากการติดเชื้อได้บ่อยครั้ง
• อาเจียนเป็นเลือด
เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน ตับแข็งระยะสุดท้าย หรือโรคมะเร็งตับในระยะต้น
จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับเพราะเป็นการรักษาทางเดียวที่จะรักษาให้หายขาดได้
แพทย์จะแจ้งให้ผู้ป่วยและญาติทราบถึงความจำเป็น แนวทางการผ่าตัดและรักษา ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ฯลฯ
ข้อห้ามของการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
1. โรคตับแข็งระยะต้น
2.
เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย
3.
มีโรคมะเร็งที่อวัยวะอื่นนอกเหนือจากตับ
4. ภาวะติดเชื้อที่ควบคุมไม่ได้
5.
โรคหัวใจหรือปอดที่เป็นมาก
6.
ยังดื่มสุราเป็นประจำหรือใช้สารเสพติด
7. มีความผิดปกติของระบบตับและท่อน้ำดีจนเป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด
» อะไรบ้างที่ทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนตับประสบผลสำเร็จ
การผ่าตัดเปลี่ยนตับไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจ และให้ความร่วมมือกับการดูแลรักษาพยาบาลเพื่อผลของการรักษาที่ดี
ภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนตับผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
มาติดตามการรักษาตามนัดทุกครั้ง เมื่อเจ็บป่วยไม่สบาย ควรติดต่อพยาบาลผู้ประสานงานโครงการปลูกถ่ายตับหรือแพทย์ทราบทุกครั้ง
การตรวจก่อนผ่าตัดเปลี่ยนตับ
ตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของตับ ไต และระบบอื่นๆ
» การตรวจทางรังสี
1. เอ็กซเรย์ปอด เพื่อดูลักษณะของหัวใจและปอด
2. อัลตราซาวนด์ แพทย์แผนกรังสีจะใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงวางบริเวณหน้าท้องเพื่อตรวจดูลักษณะของตับ
ท่อน้ำดี หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังช่วยดูว่ามีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งตับเกิดขึ้นในตับหรือไม่
3. เอ็กซย์เรย์คอมพิวเตอร์ ช่วยดูลักษณะของตับอย่างละเอียดมากกว่าการตรวจอัลตราซาวนด์
เช่น เมื่อมีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งตับที่มีขนาดเล็กมากเกินกว่าที่เครื่องอัลตราซาวนด์จะตรวจพบ
อาจเห็นได้จากการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
4. การส่องกล้องกระเพาะอาหาร เพื่อดูว่ามีเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร
หรือกระเพาะอาหารหรือไม่ โดยท่านจะได้รับการพ่นยาชาที่คอ 2 ครั้ง จากนั้นกล้องส่องกระเพาะอาหารที่เป็นท่อขนาดประมาณ
1 ซม. จะถูกใส่เข้าไปทางปาก ลงไปที่กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ
10 นาที
5.การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ผู้ที่มีอายุมากขึ้น เช่นอายุมากกว่า
50 ปี จะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เรียกว่า polyp การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจว่ามีปัญหาดังก่าวหรือไม่
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาที
6.การตรวจหัวใจ ด้วยคลื่นหัวใจ อัลตราซาวนด์ คลื่นเสียง และ/หรือวิ่งสายพาน
เพื่อดูความพร้อมของหัวใจต่อการผ่าตัดใหญ่
7.
ตรวจการทำงานของปอด ผู้ที่สูบบุหรี่มานานจะได้รับการนัดให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด
เพื่อตรวจสภาพและการทำงานของปอด
8.
การตรวจสุขภาพของฟัน โดยทันตแพทย์
9. การประเมินสภาวะของจิตใจ ทำในผู้ป่วยบางรายเท่านั้นที่แพทย์คิดว่าจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจิตแพทย์
10. การประเมินภาวะโภชนาการ ผู้ป่วยทุกคนจะผ่านการชั่งน้ำหนัก
วัดส่วนสูง วัดสัดส่วนของไขมันใต้ผิวหนัง
11. การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เนื่องจากค่าใช้จ่ายของการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
และค่ายากดภูมิต้านทานและยาอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนตับมีราคาแพง
ผู้ป่วยบางท่านจะได้รับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือคณะแพทย์และพยาบาลอาจขอไปเยี่ยมบ้านของท่าน
ท่านและครอบครัวจะได้รับการเชิญมาพูดคุยเพื่อซักถามข้อข้องใจกับคณะกรรมการโครงการปลูกถ่ายตับ
» ระหว่างรอผู้บริจาคอวัยวะ
การลงทะเบียนเพื่อเข้าคิวรอตับ เมื่อท่านได้ลงชื่อรอตับจากผู้บริจาคตับกับสภากาชาดฯโดยผ่านโครงการปลูกถ่ายตับ
คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีทางโครงการปลูกถ่ายตับจะดำเนินการส่งชื่อของท่านไปยังศูนย์บริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
เมื่อมีผู้ป่วยที่สมองตายยินดีรับบริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทย เมื่อถึงคิวของท่าน
ถ้าเลือดของผู้ป่วยสมองตายและขนาดตับเข้ากันได้กับท่าน ท่านจะได้รับการติดต่อจากพยาบาลผุ้ประสานงาน
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ท่านจะต้องแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่ทางโครงการฯสามารถติดต่อท่านได้ตลอดเวลา
ยาและสิ่งที่พึงระวังในระหว่างรอผู้บริจาคตับ ถ้าท่านป่วยหรือจำเป็นต้องนอนพักในโรงพยาบาล
ควรแจ้งพยาบาลผู้ประสานงานโครงการฯทราบ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ไม่ดื่มสุรา
ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบๆ เพราผู้ป่วยโรคตับแข็งมักจะติเชื้อได้ง่าย ดังกล่าวมาแล้วว่า ผู้บริจาคอวัยวะสมองตายมักเป็นผู้ได้รับอุบัติเหตุหรือมีปัญหาทางสมองที่สมองตายแต่หัวใจยังเต้นอยู่
และได้แจ้งความจำนงไว้ล่วงหน้าว่าต้องการรับบริจาคอวัยวะหรือญาติสายตรงตัดสินใจบริจาคอวัยวะในศูนย์บริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
การผ่าตัดเปลี่ยนตับ
เมื่อท่านได้รับโทรศัพท์แจ้งจากโครงการปลูกถ่ายตับว่ามีผู้บริจาคตับ ท่านควรงดน้ำและอาหาร
และรีบมาโรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ท่านจะได้รับการเจาะเลือดตรวจ พบแพทย์และพยาบาล
ถึงเวลาผ่าตัด ท่านจะได้รับการลมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ท่านอาจอยู่ในห้องผ่าตัดประมาณ
12 ชั่วโมง (เวลาผ่าตัดทั่วไปเฉลี่ย 6-8 ชั่วโมง)
หลังออกจากห้องผ่าตัด ท่านจะพักในห้องพักฟื้นประมาณ
2 ชั่วโมง จากนั้นจะได้รับการย้ายมานอนห้องไอซียู โดยในช่วง 2-3 วันแรก ท่านยังอาจรับประทานอาหารไม่ได้
มีท่อช่วยหายใจในปากหรือจมูก มีสายให้อาหารในคอ มีท่อยางต่อจากช่องท้องเพื่อให้เลือดเก่าไหลออกมาในถุงข้างตัว
เมื่อมีอาการดีขึ้น ท่อต่าง ๆ จะถูกเอาออกตามลำดับ ดังนั้นช่วงแรกหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจึงอาจประสบกับความอึดอัด
และไม่สะดวกสบายบ้าง
เมื่อมีอาการทั่วไปคงที่และดีขึ้น ท่านจะได้รับการย้ายมาอยู่ที่หอผู้ป่วยปลอดเชื้อ
เริ่มรับประทานอาหารได้ เริ่มลุกนั่ง เดินรอบเตียง และช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น
ผู้ป่วยมักพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยปลอดเชื้อประมาณ 1-2 สัปดาห์
การเตรียมตัวกลับบ้าน
ท่านควรศึกษาวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ
เนื่องจากต้องรับประทานยากดภูมิต้านทานเพื่อควบคุมร่างกายไม่ให้สร้างปฏิกิริยาต่อต้านตับอันใหม่
มีความจำเป็นมากที่ต้องรับประทานยากดภูมิต้านทานหรือทำลายตับอันใหม่ได้ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา
เมื่อกลับมาพักที่บ้าน ในระยะ 6 เดือนแรกควรรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ไม่รับประทานผักและผลไม้สด
งดทำไร่ทำสวน หลีกเลี่ยงจากผู้ที่เป็นโรคติดต่อเพราะท่านอาจติดโรคจากผู้อื่นได้ง่าย
ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ถ้าไม่สบายฉุกเฉินกรุณาโทรฯ ติดต่อพยาบาลผู้ประสานงานโครงการฯ
เพื่อรายงานแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง
» ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
1. ภาวะร่างกายต่อต้านและทำลายตับอันใหม่
2.
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น เลือดออกในช่องท้อง มีเลือดค้างในช่องท้อง
แผลติดเชื้อ ฯลฯ
3.
ตับอันใหม่ที่ได้รับจากการผ่าตัดเปลี่ยนตับไม่ทำงาน
4.
เกิดโรคขึ้นที่ตับอันใหม่ เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี และซี ฯลฯ
5.
มีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บทความจากรองศาสตราจารย์ พญ.อาภัสณี โสภณสฤษฎ์สุข
โครงการปลูกถ่ายตับ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี